T - e - R's profileT}{E ^AtoMiC's SpAcEPhotosBlogLists Tools Help

T - e - R AtoMiC

Occupation
Location
ว่างๆก็ทักมาคุยได้น๊า

T}{E ^AtoMiC's SpAcE

April 17

- : < C H I N A > : -

ห่างหายไปนาน ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา (10 - 16 เมษา)
เพิ่งมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศเป็นครั้งที่ 2 หลังจากผ่านไป 10 ปี (ตั้งแต่ป.5)
ตอนนั้นไป สิงคโปร์ นั่ง คาร์เท แปซิฟิก  แต่ตอนนี้ไป จีน (เซียะเหมิน) นั่ง แอร์ เอเซีย
ตอนแรกก็นึกว่าเครื่องบินจะเหมือนกัน แต่ที่ไหนได้ เครื่องบินราคาถูกของแอร์ เอเซีย
เป็นเครื่องบินลำเล็ก เบาะนั่ง 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 ตัว เวลาขึ้นเครื่องก็ต้องนั่งรถไปขึ้นกลางลานจอด
ไม่ได้ขึ้นจากงวงช้างเหมือนพวก โบอิ้ง 747 ลำใหญ่ๆ ของพวกการบินไทย
บนเครื่องบินก็มีบริการพวกอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ
แต่ที่เห็นแปลกๆเลยก็คือ figure รูปวงคาราบาว (นึกลักษณะพวกคนในตัวต่อ Lego ไว้นะ) - -'
และเนื่องจากมีผู้โดยสารมาแสดงตัวช้า จึงทำให้เครื่องบินดีเลย์ไปประมาณ 15 นาที
(โปรดระวัง มันประจานออกลำโพงด้วยอะ >.<) ก็ออกจากกรุงเทพฯประมาณบ่าย 3 ครึ่ง
เดินทาง 3 ชม.นิดๆ ถึงจีนประมาณ 2 ทุ่มของจีน (1 ทุ่มของไทย)
พอไปถึงก็เหมือนเดิม ลงกลางลานสนามบินแล้วเดินไปขึ้นอาคารสนามบิน
แต่ตอนไปถึงที่จีนฝนพึ่งหยุดตก แล้วอากาศก็เย็นได้ใจมากๆ
(เหมือนหน้าหนาวบ้านเรา แต่หนาวกว่าหน่อย) พอเดินเข้าตัวตึกมัน
ก็เห็นความทันสมัยของตึก รวมถึงความสะอาดของสนามบิน (ดีกว่า สุวรรณภูมิ บ้านเราอีก
ใครที่เคยไปสุวรรณภูมิคงรู้ว่าสนามบินบ้านเรามันออกแบบแปลกๆ แถวห้องน้ำโสโครกใช้ได้เลย)
โดยรวมๆทัวร์ที่ไปเนี่ย อารมณ์กลางวันเป็นทัวร์ไหว้เจ้า ส่วนกลางคืนทัวร์ชอปปิ้งอะ
คืนแรกค้างที่เซียะเหมืน ส่วนคืนที่ 2-3 ค้างที่ ซัวเถา ก็ได้มีโอกาสไปเดินดูของพวกเสื้อผ้า
ราคาค่าครองชีพของจีนพอๆกับบ้านเราเลย (พวกอาหาร เสื้อผ้า) แต่ที่ถูกกว่าก็เห็นจะเป็น
เบียร์ (แบบแพงกระป๋องละ 15 ไม่เห็นมีขายพวกเบียร์นอกเลยนะ มีแต่ของจีน) กับ
ยีนส์ (ของ Giordano ตัวละ 1000 แต่ที่ไทยขาย 2000 กว่า เนื่องจากผลิตในจีน)
แล้วก็ไปเจอร้านข้าวต้มข้างทาง ที่ขาย งู เห็นการถลกหนังงูสดๆ ไคอยากรู้มาถามได้นะ - -'
แล้วที่ซัวเถายังมีร้านเกมอีกต่างหาก โดยก่อนเล่นต้องแลกเหรียญ (เหมือนบ่อนมะ)
แล้วก็จะมีเครื่องเสี่ยงโชค คือ ให้หยอดเหรียญเข้าไปแล้วลุ้นว่าจะได้เหรียญเพิ่มมั๊ย
ส่วนเหรียญหลังจากเล่นเส็ดก็เอาไปแลกของรางวัลได้ด้วย
พอคืนที่ 4 - 5 ก็กลับมาค้าง ที่เซียะเหมือนเหมือนเดิม บอกได้เลยว่า
เป็นเมืองที่น่าอยู่มากมาย อากาศดี + สวย รัฐบาลจีนทุ่มทุนทำให้เมืองนี้ (เป็นเกาะ)
เต็มไปด้วยแสงไฟ โดยออกเงินติดตั้งไฟนีออนให้แต่ละตึก
(ในหลอดเป็น LCD เล็กๆ เลยทำให้เป็นไฟวิ่งได้ด้วย) เลยมีความคิดจะหาลู่ทาง
มาเรียนแล้วก้อทำงานที่นี่ด้วย หุหุ (จะได้มั๊ยหว่า???)
ค่าไฟของที่นี่ก้อตกแค่ ยูนิตละ 1.50 หรือ 2 บาทเนี่ยแหละ (ไม่มี FTA)
ค่าน้ำมันก็เท่ากัน 24 บาท (ไม่มีค่ากองทุน 3 บาท)
ส่วนทางด่วนของที่นี่เชื่อมถึงทุกเมือง แต่ราคาแพงอยู่ รถทัวร์ขึ้นทีเป็นพัน - -'
ที่ เซียะเหมิน มีห้าง SM เป็นเหมือน MBK บ้านเราเลยอะ
ไปทัวร์ครั้งนี้ได้ภาษาจีนมานิดหน่อย นอกจากที่รู้อยู่แล้ว เช่น
"หว่อ ซื่อ ไท้ กั่ว เหยิน" = ผมเป็นคนไทย
"หว่อ ทิง ปู้ ต่ง" = ผมฟังไม่รู้เรื่อง
"ปู้ ซื่อ จง กั๋ว เหยิน" = ผมไม่ใช่คนจีน
"อิ เก้อ ตัว ส่าว เฉวียน" = ของอันนี้ราคาเท่าไหร่
ประโยคข้างบนนี้เอาไว้ใช้ซื้อของ กับ ต่อราคา ได้อย่างดี 555+
แต่ขอบอกว่า ราคาของจีน บอกผ่านกันที 2 เท่าเลยทีเดียว
เพราะฉะนั้น ให้ต่อเหมือนลดราคา 50% เลย (แม่ง..น่ากัว)
มีเรื่องอีกเยอะแยะๆ แต่ขี้เกียดพิมพ์อะ -.- ไปอ่านหนังสือละ
กลับมายังไม่ได้แตะ ได้ข่าวมีสอบอาทิดหน้า T-T เศร้าหว่ะ...
 
ปล. ถนน จง ซัน (จง ซัน ลู่) เป็นถนนที่ขายของพวกเสื้อผ้าเยอะมากสุดในเซียะเหมิน
November 27

, ๐ ~ H u G ~ ๐ ,

พุ่งนี้ก้อสอบตัวแรกของเทอมนี้แร๊วแฮะ ประเดิมด้วย C&B III midterm 50%
โอ้วววววว..พระเจ้าจอร์ช มันไม่ตรงโพยด้วย T-T
กว่าจะได้เริ่มอ่านก้อตอนเช้าของวันนี้แหละ อ่านๆไปก้อไม่เห็นจะมีอะไรให้จำเลย
แต่ไอที่ไม่มีอะไรให้จำนี่แหละ มันหมายความว่าต้องจำทั้งชีท
เพราะไม่รู้ว่ามันจะออกตรงไหน - -' (เข้าจายช่ายปะ)
ความเศร้าเริ่มมาเยือนกับ 50% แรก ฮ่าๆๆๆๆๆ
 
ตอนนี้คลินิกกำลังชิวอยู่พอดีเลยแฮะ คงเพราะเทอมนี้ คลินิก Oper (อุดฟัน)
เก็บแค่ 12 คะแนนแหละมั๊ง.. ตอนนี้ได้มา 4.5 ละ เพิ่งผ่านไป 1 เดือน
แต่ยังเหลืออีกตั้ง 3 เดือนให้ทำอะ ซาบายๆ ชิวๆ หุหุ...
 
วันนี้ดูเทวดา..สาธุ แล้วได้ยินเพลง Hug ของ Dong Bung Shin Gi
เห็นว่าเพราะดี เลยหา MV มาฝากให้ได้ยลกัน
ใครที่ไม่เคยดู เทวดา..สาธุ ช่อง 3 ตอน 4 ทุ่มนิดๆ ก้อลองเปิดดูนะ
ฮาดี แต่โคดรั่วอะ ฮ่าๆๆๆๆ
 
ปล. ไปนอนดีก่า ง่วงละ สอบพุ่งนี้ชิวๆ 50% เอ๊ง ฮ่าๆๆๆ
 

 
H u G : Dong Bung Shin Gi
 
 
Harumahn nibahng eui chim nae gah dwei goh shipuh (oh baby)
[kim jae joong]
Duh ddah seu hee poh geun hee nae poom eh gahm ssah ahn goh [muht jin oui moh kim jae joong]
Jae oo goh shipuh
 
Ah joo jahk eun dwei chuhk eem doh [bak yoo chun]
Nuh eui choh geu mahn sohk sahk eem eh
Nahn ggoom sohk eui gwei mool doh ee gyuh nae buh reel tehn deh [choi goh mae nuh bak yoo chun]
 
Nae gah uhp neun nuh eui hahroon [kim jae joong]
Uh duh geh heul ruh gah neun guhn jee
Nah reul uhl mah nah sarang hah neun jee
Nahn nuh moo nah goong geum hahn deh (goong geumhae~) [dongbangshingi]
 
Nuh eui jahk eun suh rahm sohk eui [kim joon soo]
Eel gee jahng ee dwei goh shipuh
Ahl soo uhp neun nuh eui geu bee meel doh
Nae mahm sohk eh dahm ah dool rae
Nuh mohl rae [mahl geun young hohn kim joon soo]
 
- (during music) -
[choi gahng ehm buh_kim jaejoong_jung yoonho_bak yoochun_kim joonsoo_shim changmin_dongbangshingi jjang
 
Hah roo mahn nuh eui goh yahng ee gah dwei goh shipuh [uh reen wahng jah shim chang min]
Nee gah joo neun mahd eet neun oo yoo wah
Boo deu ruh oon nee poom ahn eh suh [shim chang min]
Oom jeek ee neun jahng nahn eh doh
Nuh eui gwei yuh oon eem maht choom eh
Nah doh ool rae jeel too reul
Neu ggee doh ee suh nah bwah [kah ree soo mah jung yoon ho]
 
 
Nae mah eum ee ee ruhn guh yah
Nuh bahk gehn bohl soo uhp neun guh jee
Noogoo reul bwah doh uh dee ee suh doh
Nahn nuh mahn bah rah boh jahn hah [dongbangshingi]
 
 
Dahn ha roo mahn ah joo chin hahn [shim chang min]
Nuh eui ae een ee dwei goh shipuh [uh reen wahng jah shim chang min]
 
Nuh eui jah rahng doh ddae rohn too juhng doh
Dah deul eul soo ee seul tehn deh
Nuhl wee hae
 
In my heart in my soul
Nah eh geh sarang ee rahn
Ah jeek uh saek hajimahn
Ee seh sahng moh deun guhl nuh eh geh joo goh shipuh
Ggoom eh suh rah doh [dong.bang.shin.gi.jjang.]
 
Nae mah eum ee ee ruhn guh yah [uh reen wahng jah shim changmin]
Jee kyuh bohl soo mahn ee suh doh
Nuh moo kamsa hae mahn hee hengbok hae
Nah joh geum eun boo johk hae doh [kim joon soo]
 
Uhn jeh ggah jee nuh eui gyuht eh
Yuhn een eu roh eet goh shipuh
Nuh reul nae poom eh (nee gah nae poom eh)
Gah deuk ahn eun chae
Geud uh buh ryuh seu myuhn shipuh
Young wohn hee. [dong.bang.shin.gi.jjang.]
November 12

กลับมาระค๊าบบบ

ไม่ได้อัพ space ตั้งนานแหนะ.. จะยังมีคนเข้ามาอ่านป่าวว๊า..
 
ห่างหายไปหลายเดือน เนื่องจากไม่มีเวลาว่างมาอัพ (ถึงแม้จะมีเวลาออนเอ็มทุกวันก้อตาม ฮ่าๆๆ)
แล้วตอนนี้ทุกอย่างก้อกลับเข้าสู่สภาพปกติ
 
ช่วง 4 เดือนแรกที่ผ่านมา ก้อเป็นช่วงของปี 4 เทอม 1
จัดได้ว่าเป็นช่วงที่พีคที่สุดของการเรียนเลคเชอร์เลยก้อว่าได้แหละมั๊ง
ทั้งแลป (Endo=รักษาราก,C&B=ครอบ-สะพานฟัน,RPD=ฟันปลอมถอดได้)
ทั้งเลคเชอร์ (นับรวมแลป 18 ตัว 23 หน่วย) เรียกได้ว่าสอบกัน 3 อาทิดติดแบบไม่มีเว้นว่าง
บางวันสอบ เช้า บางวันสอบ เช้า-บ่าย (แทบไม่ได้หลับได้นอน)
ช่วงสอบบางวันอ่านถึงตี 2 บางวันอ่านถึงตี 4 (แล้วกุต้องตื่น 6 โมง - -')
ชีวิตช่างน่าเศร้า.. แต่มันก้อผ่านไปแล้ว เย้ๆๆๆๆๆ (โชคดีนะคับน้องๆ ปีหน้าโดนแน่มึง ฮ่าๆๆ)
 
พอมาถึงปิดเทอมก้อไม่ได้หยุดกะเค้า ยกเว้นวันหยุดราชการ
ปิดเทอมมาอาทิดแรกก้อต้องมีงานของคณะ ต่างๆนาๆ อาทิ รับเสื้อกาวน์ อบรมจริยธรรม ฯลฯ
อาทิตย์ที่สองก้อสอบขึ้นคลินิกแล้ว (เอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือวะ อ่อ กุอ่านโพยนี่หว่า - -)
หลังจากผ่านอาทิดสอบก้อเปิดคลินิกแล้ว (นั่นไง เอาเวลาที่ไหนไปพักวะ)
ช่วงอาทิดก่อนหน้านั้นก้อต้องโทรหาคนไข้กันพัลวัน เพื่อให้ได้คนไข้มาทันเปิดคลินิกวันแรก
ไม่งั้นเสีย 1 visit ฟรี (visit = การขึ้นคลินิก 3 ชม. และ ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงเวลาที่ลงเรียนได้)
แล้วก้อมาถึงวันเปิดเทอมจนได้ แต่ดูเหมือนเทอมนี้อาไรๆมันก็ดูชิวๆไปซะหมด ถึงแม้จะมีคลินิกก้อตาม
เนื่องจากแลปที่ทำส่วนมากก็เป็นแลปที่ทำหมดในคาบ (เค้าไม่ให้ทำนอกคาบอะ ว่างั้น..)
ส่วนแลปที่ทำนอกคาบก้อทำแบบขำๆ ไม่ซีเรียส วิชาเลคเชอร์ก้อไม่ค่อยมีอะไร
แต่เทอมนี้ไม่ค่อยได้เจอหน้าเพื่อนเท่าไหร่ เนื่องจากเวลาลงคลินิก มันจะแบ่งกันลงเป็น section
(เลขที่ครึ่งแรก ลงเช้า เลขที่ครึ่งหลัง ลงบ่าย เป็นต้น หรือไม่ก้อสลับกัน) แล้วคลินิกที่ลงก้อแบ่งอีก เป็น
คลินิก Oper (กรอฟัน-อุดฟัน), คลืนิก OPD (ตรวจพิเคราะห์โรค), คลินิก Surgery (ถอนฟัน)
แล้วเวลาลงแลปมันก้อเลยต้องสลับกันลงเป็นครึ่งเหมือนกัน
จะมีเวลาอยู่ด้วยกันครบก้อแค่คาบเลคเชอร์ตอน 8-9 โมง แค่นั้นเอง หลังจากนั้นก้อสลายโต๋กันม๊ด
แต่ก้อยังดีที่มีเวลาว่าง หุหุ.. อ้อ ตอนนี้เริ่มอุดฟันให้คนไข้ไปแระ
ประเดิมด้วย #37 B-pit (งงดิมึงงงง มันคือ ฟันกรามล่างด้านซ้ายซี่ที่สอง ทางด้านแก้ม อะ)
ก้อภาวนาสาธุให้คลินิกผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยเห๊อะ...ฮ่าๆๆๆ
 
 
ปล. อยากไปเที่ยวตจว.จังเลยหว่า เปิดเทอม 1 มา ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยอ่า ฮือๆๆๆๆ
 

 
   ไม่รู้ใจตัวเอง  
 
 
ทำตามคนโน้น ตามใจคนนี้...เรื่อยมา
ใจไปทางโน้น ใจไปทางนี้...ทุกเวลา

*เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เหมือนฤดูกาล
ไม่เคยแน่นอนซักครั้ง
หลอกตัวเองไปอย่างนั้น มองเลยความฝัน...ในใจ

**ชอบอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้ใจตัวเอง
เลือกอะไรก็ไม่รู้ หลงทางไปจนไกล
เพิ่งเข้าใจ เพิ่งจะรู้ ว่ามีเธออยู่ข้างกาย
ขอเดินไปสู่จุดหมายกับเธอ

แปรแปรวนตามฝน รวนเรตามฟ้า..เรื่อยมา
มีดีตรงนี้ ยังมองตรงโน้น...เสียเวลา
 
(*,**,**)
June 17

ใจเย็น...

แล้วก้อผ่านไปกับค่าย Dent Camp ครั้งที่ 21 กับการเป็นกองค่ายครั้งสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ - จันทร์ ที่ผ่านมา
อดดูพระราชพิธีเฉลิมฉลองเลยอ่า เศร้าๆ T-T  ใครมีอัดไว้เอามาให้ดูด้วยนะ อยากเห็นมากมายอ่า ฮือๆๆ
 
เปิดเทอมมาได้ 2 อาทิด ก้อเริ่มรู้สึกถึงความหนักหนาสาหัสของงานแลป
ที่เริ่มจะประดังเข้ามาเหมือนกับพายุเฮอริเคนที่พัดถล่มประเทศสหรัฐฯ
(มาเป็นระลอกๆเลย แมร่งงงง) สงสัยเทอมนี้จะสาหัสแหงๆ ต้องทำใจอีกแล้วสิเนี่ย
 
วันนี้ก้อเป็นวันปิดห้องเชียร์ เลยถือโอกาสซื้อของเทคน้องซะขนาดใหญ่
นั่นก้อคือ เบนโตะเซต ของ ฟูจิ แต่ปรากฎว่า ว่า ว่า ว่า .......
พอปิดห้องเชียร์แล้วเปิดพี่รหัสปี 2 ปุ๊บ น้องผู้แสนดี ก้อกลับบ้านปั๊บ ไม่รอของเทคจากพี่แก่ๆเลย
นั่นไง ซวยละ อุดส่าซื้อมา - -' แดกเองอีกละกรุ ปีที่แล้วพิซซ่า น้องฟ้า ก้อทีละ (ซื้อให้แล้วไม่มา)
มะวานก้อเพิ่งแดกโกเบ (อาหารพี่ยุ่นเหมือนกัน) มาเห๊อะมึง แง่งๆๆๆ
สัญญากะตัวเองไว้แล้ว ปีหน้าจะไม่ซื้อของดีๆแล้ว ซื้อมาทีไรน้องไม่เคยได้กินเลยเห๊อะ
กัวจะไปตกใส่กระเพาะพวกแก่ๆม๊ด แง่งๆๆๆๆ ถ้าวันนี้ไม่อยุ่นะ เส็ดไปแล้ว หึหึ
 
ที่จริงก้อไม่ค่อยมีไรหรอก แค่อยากมาอัพเพลงเล่น
รุ้สึกถูกใจขึ้นมากระทันหัน เพิ่งเคยได้ฟังเต็มเพลงก้อวันนี้แหละ
เลยไปหา MV มาฝาก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
 

ใจเย็น : แพนเค้ก

แอบมองเธอยิ้มใจมันก็สั่นไหว
อุณหภูมิหัวใจเย็นลงเหมือนติดลบ
อย่างกับยืนกลางฝนตก หิมะโปรยลงที่ใจของฉัน

อยากบอกว่ารักเธอ ใจมันหมดเรี่ยวแรง
ปากมันก็แข็งยังไงก็ไม่ยอม...ไม่พูดไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดิ๊ด ด่า ด๊าว
ใจเย็นก็กลัวว่าหมา...จะคาบไป
ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว
ไม่รู้จะพูดยังไง ว่าคนๆ นี้นั้นมันแอบรักเธอ

อากาศเริ่มหนาวเวลาได้ใกล้เธอ
ป่วยจนเป็นไข้ใจตอนเราได้เจอะเจอ
อย่างกับโดนน้ำแข็ง...สาด ไปยืนอยู่กลางขั้วโลกเหนือ

อยากบอกว่ารักเธอ ใจมันหมดเรี่ยวแรง
ปากมันก็แข็งยังไงก็ไม่ยอม...ไม่พูดไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดิ๊ด ด่า ด๊าว
ใจเย็นก็กลัวว่าหมา...จะคาบไป
ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว
ไม่รู้จะพูดยังไง ว่าคนๆ นี้นั้นมันแอบรักเธอ

หน้าชา ปากชา ขาชา ไอ้นั่นก็ชา
แม้แต่ปรอทก็วัดไม่ได้ ตั้งแต่มีเธอนั้นเดินเข้ามา
อยู่ๆ หัวใจหยุดเต้น บางทีมันเกรงก็เกินเยียวยา
ก็เธอนั้นน่ารักที่สุด น่ารักเหมือนหนึ่งในพสุธา
ก็เธอขวาซ้ายขวา ก็เดินมาชักลืมหายใจ
ก็อยากจะทัก แต่ก็ต้องทุกข์ ก็เพราะไม่รู้ต้องเริ่มไง
น้ำแข็งเกาะทีละนิด ความเย็นออกฤทธิ์ภายในหัวใจ
ชามันไปทุกส่วน ทุกอวัยวะในร่างกาย

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดิ๊ด ด่า ด๊าว
ใจเย็นก็กลัวว่าหมา...จะคาบไป
ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว
ไม่รู้จะพูดยังไง ว่าคนๆ นี้นั้นมันแอบรักเธอ

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดิ๊ด ด่า ด๊าว
ใจเย็นก็กลัวว่าหมา...จะคาบไป
ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว
ไม่รู้จะพูดยังไง ว่าคนๆ นี้นั้นมันแอบรักเธอ
June 04

มาอัพแว๊วววว

ห่างหายไปนานโขเลยทีเดียวนะเนี่ย ว่าด้วย 1 เดือนที่นมา (อีกแล้ว)
จะว่าไปเดือน พ.ค. นี่เป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยว และ การทำค่าย อย่างแท้จริง (แค่เดือนเดียว ได้ไปเที่ยงถึง 3 ที่ *o*)
ศ-อา แรกของเดือน ไปบายเนียร์โต๊ะ ที่กาญฯ ที่พักดีนะ (ถ้าไม่นับไอไม้ที่มันผุๆพังๆ กับ มดตัวเบ้ง ที่แค่เห็นก้อคันแล้ว) ทริปนี้ไปกินกันแต่เบียร์ เพราะแต่ละคนจนๆกันทั้งนั้นเลยเหอะ 555
ศ-อา ถัดมา ไปงานรับน้องโต๊ะ ที่หาดวนกร ประจวบฯ ทริปนี้ไปกันเยอะแยะมากมาย รวมน้องๆพี่ๆก้อกว่า ร้อยชีวิตได้ (รึป่าว) เพิ่งจะได้คุยกะหลานรหัสอย่างเป็นทางการก้อทริปนี้เองแหละ หลังจากที่มีหลานรหัสแต่ไม่เคยคุยมากว่า 1 ปี 555+ แต่ทริปปีนี้มันแปลกๆก้อตรงที่ว่า น้องๆปี 1 ยังไม่มีคณะอยู่เนี่ยดิ ก้อเลยยังไม่ได้จัดสายรหัสกัน (อดเห็นหน้าเหลนรหัสปีนี้เลย >.<) แต่พอกลับจากทริปรับน้องมา วันจันก้อเป็นวัน present research ซะนี่ ตอนแรกอะนึกว่าไม่ได้ไปทริปแล้ว เพราะกลัวรีเสิดไม่เส็ด แต่บังเอินว่า มันดันเส็ดตอนเช้าวันศุกร์ ก้อเลยตัดสินใจว่าจะไปตอนเช้านั่นแหละ แล้วก้อไปมันตอนเย็นเลย 555+ ส่วน present research นี่ก้อขำๆ ไม่มีไรเลย แบบว่าได้ present แบบ poster อะ ยืนประจำบอร์ดแล้วอธิบายแค่นั้นเอง แล้วก้อมาถึง ทริป Half Life วัน พ-ศ ถัดมาหลังอาทิด present research อันนี้เป็นทริปชั้นปี ไปกะเพื่อนๆในคณะกว่า 60 ชีวิต สนุกจนแทบไม่อยากกลับอ่า ทริปนี้ไปเพื่อมอมเหล้าเพื่อนโดยเฉพาะเหอะ สะใจมาก ผสมเหล้า โดยใช้  Vodga แทนโซดา แล้วก้อผสมกะโค้กนิดหน่อย แก้วนึงนี่เข้มโคดๆอะ อารมแบบเหล้าผสมธรรมดาอย่างต่ำ 4-5 แก้ว หุหุ (โหดหว่ะกู) ถ้ามันรอดได้ให้มันรุ้ไปดิ 555+ แล้วก้อต้องกลับสู่โลกแห่งความจริงเมื่อวันจันที่ผ่านมา Radio นัดเรียนเพิ่มทั้งวันอ่า ที่จริงก้อไม่ได้เรียนร๊อก ไปนั่งหลับซะมากก่าเหอะ นอนซะเต็มคราบเลย อิอิ หลังจากนั้นก้อประชุม Dent Camp เรื่อยมา (ทุกวันเลยเหอะ) แล้ววันนี้ก้อไปงานรับน้องก้าวใหม่มา ทำงานเปง Staff เขียนบัตรน้อง หุหุ งานมันสนุกดีนะ พอทำเส็ดตอนเช้า ก้อไปดูบ้านรับน้องของตัวเอง แต่เข้าไปแล้วรุ้สึกยังไงๆไม่รุ้ ปีนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปช่วยอะ เลยไม่รุ้จักน้อง แล้วน้องก้อไม่รุ้จักด้วยเหมือนกัน เรียกว่าแทบจะไม่มีใครมายุ่งเลยเหอะ ก้ออยุ่จนถึง 5 โมง ก้อมีนัดไปกินหมูกะทะกะชาว NIP กว่าจะไปถึงก้อ 6 โมงแหนะ กินจน 2 ทุ่มคึ่ง แล้วก้อไปกิน Swensen กันต่อ อิ่มพุงกานเรยเหอะ ส่วนพุ่งนี้ก้อคาดว่าจะนอนหลับสลบไสลอยุ่บ้านอะ ไม่อยากออกจากบ้านแล้ว วันจันจะเปิดเทอมแร๊วเนี่ย ยังไม่ได้พักเลย สรุปแล้วปิดเทอมนี้ แทบไม่ได้อยู่บ้านเร๊ย นับรวมวันที่อยุ่บ้านเฉยได้ไม่เกิน 2 อาทิดอะ - -' เศร้าหว่ะ T-T
 
ปล. คิดถึงเพื่อนๆมากนะคับ โทดทีที่ไปเกาะช้างไม่ได้หว่ะมึง ก้อกูติดปาชุมอะ แล้วก้อจนด้วย 555 ว่าแต่ของฝากกุอ่า กั่กๆๆๆๆ
April 23

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

กลับมาอัพไดอีกครั้งละ ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาไปทำไรมามั่งหรอ
อยากบอกว่าเยอะแยะเลย  ฮ่าๆๆๆ ^^"
 
ช่วง 2 อาทิดแรกก็ไปอบรม NIP ช่วงระหว่างการอบรมก็อย่างที่บอกแหละ มีกีฬาสี (โยนโบว์ลิ่ง)
แล้วก็กิจกรรมให้ทำเยอะแยะมากมายเลยอะ
แต่ขอบอกว่าเป็นช่วงที่เปลืองตังสุดๆอะ (ไปกินข้าวด้วยกันบ่อยโคดเหอะ)
แต่ก็ได้รู้จักกะเพื่อนๆเยอะแยะเลย (ยินดีที่ได้รู้จักค๊าบบบ)
หวังว่าคงจะได้ติดต่อกันเรื่อยๆนะ -^^-
 
พอจบ NIP (วันที่ 7 เม.ย.) ก็ต้องมาตั้งหน้าตั้งตาทำ Research กันต่อ ฮ่าๆๆๆ
เซ็งกันเลยทีเดียว เค่เกียดทำหว่ะ -.-"
 
แล้วก็มาถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ (สวัสดีปีใหม่ไทย ย้อนหลังนะ ^^)
ปีนี้ไปแต่สีลม สีลม สีลม สีลม แล้วก็ สีลม ฮ่าๆๆๆ
วันแรก ก็ไปกะชาวNIP เนี่ยแหละ ไปเดินกัน สีชมพู กะสีม่วง
(ได้รุ้จักเพื่อนสีชมพูเพิ่ม ยินดีที่ได้รู้จักค๊าบบบ) ไปถึงแต่ละคนก็ไปซื้อปืนกัน
อยากบอกว่าแพงโคด กระบอกละ 200 เห๊อะ (ไอเต๋อจำได้ว่าซื้อคลองถม ไม่ถึง 100
ก็เลยซื้ออันเล็กแทน 50 บาท เป็นตัวอุนต้าแมน น่ารักเชียว 555+)
พอเดินไปค่ำๆหน่อยก็ไปเจอเพื่อนพี ไปช่วยคนอื่นขายปืน
ก็เลยจำใจซื้อมาในราคา 80 บาท (จาก 100) กลายเป็นมีปืน 2 กระบอกซะงั้น
แต่วันแรกนี่ตอนเดินคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ (มาเยอะตอนจะกลับซะงั้นเหอะ)
ส่วนวันที่สอง ไม่ได้ไป นอนพักเอาแรงอยู่บ้าน 555+
มาถึงวันที่สาม ไปสีลมอีกแล้ววว คาวนี้ไปกะกุ๊ปที่วัดสุทธิ ฮ่าๆๆๆ
วันนี้แบกปืนวันแรกมาด้วน แล้วก็ได้ปืนจากปีที่แล้ว ซึ่งถูกยืมไป มาอีกกะบอก
เลยยกให้คนอื่นเล่นแทน (ขี้เกียดแบก) วันนี้คนเยอะมั่กๆ โดนแป้งตาบอดกันเลยทีเดียว
แถมอากาศยังเป็นใจ ตอนเช้าฝนตก ตอนเย็นเลยหนาวสาดดดด
ไม่ไหวๆ กัวเป็นหวัดเลยกลับบ้านเลย (2 ทุ่ม)
ส่วนคนอื่นก็ไปวอร์มร่างกาย ด้วยการกะดกเบียร์ที่บ้านไอจุ้ย ฮ่าๆๆ
 
พอจบสงกรานต์ก็เข้าวังวนเดิมอีกแล้ว Research ครับ Research (เมื่อไหร่จะจบสิ้นซะที ToT)
ก็ทำมันทั้งอาทิดเลยแหละคับพี่น้อง อ้อ วันอังคารที่ผ่านมา เพิ่งไปผ่าฟันคุดมา
แอบปวดเล็กๆ แต่แก้มไม่บวม ฮี่ๆๆ ดีจัง (เหรอ?)
 
ส่วนวันนี้ก็ไปดรีมเวิล์ดมา ฮ่าๆๆ ไปกะชาวNIP (อีกแล้ว)  มีสีม่วงกะฟ้า สองสี
สิริรวมได้ปามาน 30 คนมั๊ง (แต่แยกกันเดิน) หนุกดีๆ แต่เครื่องเล่นดีๆปิดไปเยอะอยู่
ได้แก่ Hurricane , Raptor T-T , พรมวิเศษ เศร้าเลยตรู
หลังจากนั้นก็กลับมาอัพไดนี่แหละค๊าบบบบ
 
ไว้เจอกันคราวหน้านะคับพี่น้องงงง ^^
 
ปล. Miss U Every ones eiei!!
(เกิดอาการ wink wink เธอจะรักกันจริงรึเปล่า wow wow wow wow..)
March 20

ว่าด้วย NIP9 (New Investors Program 9th)

วันนี้ไปอบรมโครงการนักลงทุนรุ่นเยาว์มา จะว่าไปก็หนุกดีเหมือนกันแฮะ
แต่อาจารย์ที่มาสอนเนี่ยดิ พูดแต่ศัพท์เทคนิค แล้วไอคนที่ไม่ได้เรียนเรื่องการลงทุนมาจะรู้เรื่องมั๊ยเนี่ย
 
ช่วงเช้า นัดตั้งแต่ 8.00 แต่พิธีเปิดเริ่ม 9.00 น. ก็เลยไปกินข้าวก่อน
พอตกบ่ายๆก็เริ่มเรียน ระหว่างเรีนมันแอบถ่ายคนหลบไว้ด้วย เหอๆ
วันนี้ก็เรียนเรื่องพื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับ ตลาดหลักทรัพย์ การซื้อ-ขายหุ้น การระดมทุน ปามานนั้น
แล้วก็ได้รุ้จักเพื่อนๆต่าง มหาลัย (ส่วนมากมีแต่ปี 4 - -' ที่กำลังจะจบกันทั้งนั้นเลย)
ช่วงแรกๆนี่ขอทำตัวเงียบๆไว้ก่อนและกันนะ ยังไม่อยากเด่นอยากดังมากมาย 555+
อ้อ.. ชอบโครงการนี้อีกอย่างตรงที่มีกีฬาสีด้วย วันเสาร์นี้
จัดที่ เมเจอร์โบว์ล สยามพารากอนนนนนนนนนน (ทำเสียงสะท้อน)
เพราะว่า นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนเนี่ย มันเป็นเจ้าของ EGV แหละมั๊ง
ซึ่งตอนนี้มันร่วมทุนกับ Major อยู่ มันก็เลยใช้สถานที่ได้อ่ะนะ
วันนี้ก็ยังไม่มีไรมากหรอก ฮาๆขำๆตามประสาคนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกอะนะ
ไว้วันหลังจะมาเขียนบล็อกเล่าให้ฟังอีก ^^..
 
ปล. รีเสิดที่ทำไปใช้ไม่ได้ว๊อยยยย ตายแน่ๆ
ปล.2 โทษทีนะไอจ่า ที่ปล่อยให้ไปหาอ.คนเดียว
ปล.3 ไว้เด่วจาโดดเรียนไปช่วยนะมึง ^^ อย่าโกรธกันนะ
 
---------------------------------
เพิ่งไปอ่านเจอในเวบพันทิบ เลยเอามาฝาก ยาวนิดนึงนะ



" ดิฉันเป็นลูกสาวของ พลเอกดำรง สิกขะ มณฑล อดีตสมุหราชองครักษ์ ซึ่งทำงานถวายสถาบัน พระมหากษัตริย์มาเป็นเวลา กว่า 30 ปี ดิฉันจึงได้มีโอกาสทราบดีว่าทุก ครั้งที่เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุก พระองค์จะทรงมีความไม่ สบายพระทัยเป็นอย่างยิ่งในปัญหาของบ้านเมืองทุกครั้ง

                  

                  เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์พฤษภา ทมิฬ ในปี พ.ศ. 2535 นั้น คุณพ่อของดิฉันไม่ได้กลับบ้าน เลยใน ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งนั้น และท่านก็เล่าให้ฟังว่าพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็ไม่ได้ทรง บรรทมเลย ทรงเป็นห่วงประชาชน และทรงฟังข่าว เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา



                  ในวันที่พลตรีจำลอง ศรีเมือง ประท้วงร่วมกับประชาชนอยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง(วันใดจำไม่ได้แน่ ชัด) ท่านได้ โทรมาหาบิดาของดิฉันที่บ้าน ดิฉันจึงเรียนว่าบิดาของดิฉันไม่อยู่และไม่สามารถ ติดต่อได้ เนื่องจากท่านจะต้องปฏิบัติหน้าที่ถวายอารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวฯ อยู่ในพระตำหนัก ซึ่งพลตรี จำลอง ก็ขอให้ดิฉันเรียนบิดาว่าขอให้นำความ ขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่าหากพลเอก สุจินดา คราประยูร ไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนก็จะนำขบวนเคลื่อนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า ดิฉันจึงเรียนพลตรีจำลองว่า ขอได้โปรดงดการเคลื่อนย้ายขบวนประชาชนเพราะอาจเกิด เหตุการณ์ปะทะกับ ตำรวจหรือทหารที่เขามีหน้าที่ยับยั้งป้องกันไม่ให้ขบวนเดินไป ใกล้พระราชวังสวนจิตรลดา เพราะเขาเป็นห่วง เรื่องการถวายอารักขา ซึ่งพลตรีจำลอง ก็ตอบว่าหากพลเอกสุจินดาไม่ลาออกก็จะเป็นภัยต่อประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเกิด การยึดครองอำนาจอย่างถาวรโดยกลุ่มทหาร



                ดิฉันจึงได้เรียนท่านว่าดิฉันไม่สามารถ ติดต่อกับบิดา ได้เลย เพราะท่านมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวฯ นั้นคือการที่ต้องถวายงานอย่างใกล้ชิดติดพระองค์และหมายถึงการต้องปิด โทรศัพท์มือถือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก่อนที่ดิฉันจะวาง โทรศัพท์ลงก็ได้ ยินเสียงท่านพูดในเครื่องขยายเสียงว่าได้นำความเรื่องจะนำประชาชนเคลื่อนขบวนไป ยังลาน พระบรมรูปทรงม้า เรียนแก่สมุหราชองครักษ์เพื่อนำความกราบบังคมทูลแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริงและดิฉันได้ ย้ำอีกว่าขอความกรุณาพลตรีจำลอง หยุดการเคลื่อน ย้ายขบวนประชาชนเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ซึ่งอาจจะไม่สามารถควบคุม สถานการณ์ได้ แต่ท่านก็ไม่ได้ตอบกลับว่าอะไร



              วันรุ่งขึ้นดิฉันก็ได้ทราบว่ามีการ ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมในขณะที่มีการ เคลื่อนย้าย ขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งต่อมาพลตรีจำลองและคณะผู้ร่วมเดินขบวนก็ถูกนำ ตัวไป ควบคุมไว้ที่โรงเรียนพลตำรวจ ถนนวิภาวดี-รังสิต เพราะในระหว่างการเคลื่อน ย้ายขบวนดังกล่าวมีประชาชน เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และสถานที่ราชการ หรือกรมสรรพากรก็ถูกทำลายโดยการจุดไฟเผา บ้านเมืองเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ ประมาณ 1 อาทิตย์ เกิดความไม่สงบสุขและกระทบ ต่อวิถีชีวิตของคนไทย ทุกคน



                        ในขณะที่เหตุการณ์นั้นได้เกิดความ ร้ายแรงถึงขั้นวิกฤต และไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดหรือหน่วยงาน ใดที่จะทำให้ เหตุการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ก็เกิดเหตุการณ์ที่คนไทยทุกคนเฝ้ารอคอยอย่าง ใจจดใจจ่อ ว่า เมื่อใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงออกมาระงับเหตุวิกฤต ครั้งนี้ เพราะในหัวใจส่วนลึกของคนไทย ทุกคนนี้ล้วนตระหนักดีว่า เมื่อพระองค์ ทรงออกมาระงับเหตุการณ์วุ่นวายทีไร ก็จะทรงสามารถระงับความ - 2 - วุ่นวายและทำให้บ้านเมืองเกิดความ สงบและเข้าสู่สภาวะปกติได้ในทุกครั้ง (นับแต่เหตุการณ์ 16 ตุลาคม 2514 เป็นต้นมา) ในที่สุดวันที่คนไทยทุกคนเฝ้ารอคอยก็มาถึง หลังจากที่พลตรี จำลอง ถูกควบคุมตัวอยู่ประมาณ 1- 2 วัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็มีพระราชประสงค์ให้พลตรีจำลองและพลเอกสุจินดา หาหนทางยุติความ ขัดแย้งโดย สันติ โดยสถานีโทรทัศน์ทุกช่องก็ได้ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนทุกคนได้ เห็นภาพที่ พลตรีจำลองและพลเอกสุจินดา นั่งพับเพียบอยู่แทบเบื้องพระยุคลบาท โดย พลเอกสุจินดามาเข้าเฝ้าในชุดที่ เหมาะสมแก่การเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ ส่วนพลตรี จำลองสวมชุดหม้อฮ่อมที่คนไทยทุกคนเห็นชินตา หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวฯ ได้ทรงมีพระราชปฏิสัณถารและทรงให้พระบรมราโชวาทให้ บุคคลทั้งสองหาทางแก้ไข ข้อขัดแย้งอย่างสันติ เหตุการณ์ที่ยังคงวุ่นวายอยู่ก็ระงับลงในทันที ประชาชนคน ไทยต่างร้องไชโยและบางคนก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

                      

                         โทรทัศน์หลายช่องรวม ทั้ง CNN ได้แพร่ภาพการ สัมภาษณ์ประชาชนหลาย คน ซึ่งประชาชนเหล่านั้นต่างก็ได้ชื่นชมและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถในการระงับเหตุวิกฤตได้เช่นเดียว กับเหตุที่เกิดมาในอดีตและทรงทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ประชาชนได้มีวิถี ชีวิตที่เป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง



                     เมื่อบิดาของดิฉันได้กลับมาบ้านหลัง จากเสร็จสิ้นการถวายอารักขาในเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ดิฉันได้ เรียนถามว่าเพราะ เหตุใดพลตรีจำลองจึงใส่ชุดหม้อฮ่อมมาเข้าเฝ้าฯ บิดาตอบว่า ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ ได้เตรียมหา ชุดสากลไว้ให้พลตรีจำลองใส่เพื่อการเข้าเฝ้าแล้ว แต่พลตรีจำลองไม่ ใส่ซึ่งก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู ว่า นอกจากพลตรีจำลองจะไม่ถวายพระ เกียรติด้วยการสวมชุดเข้าเฝ้าที่เหมาะสมแล้ว น่าจะมีวัตถุประสงค์ทาง การเมือง อื่นที่แอบแฝงด้วย จึงต้องการใส่ชุดหม้อฮ่อมเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเมื่อเวลาออก โทรทัศน์



                      ดิฉันเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีความ ห่วงใยบ้านเมืองและต้องการเห็นความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ อยาก ให้คนไทยมีความ รักความสามัคคีกัน เพื่อที่จะได้นำพาประเทศไทยให้อยู่รอดในท่ามกลางสภาวะการแข่ง ขัน ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างดุเดือดนี้ ซึ่งแน่นอนสติปัญญาของประชาชนและผู้ บริหารประเทศตลอดจน ทรัพยากรของประเทศก็น่าจะถูกนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่าง สูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นเหนือสิ่งอื่นใดและเหนือความขัดแย้งทั้งปวง



                        โปรดอย่าลืมว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ฯ ทรงมีพระชนมายุมากแล้ว ใกล้ 80 พระชันษาแล้ว และในปีนี้รัฐบาลก็จะจัดงานฉลองในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครอบ 60 ปี ซึ่งในวโรกาสนี้นอกจากรัฐบาลจะมีหน้าที่ ตระเตรียมในเรื่องของ พิธีการในการเป็นเจ้าภาพเชิญบรรดาพระประมุขของประเทศต่าง ๆ และบุคคลสำคัญ ของ ประเทศเหล่านั้น ก็น่าจะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนในการมีส่วนร่วมในงานถวายพระ เกียรติดังกล่าว โดยการทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขและแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่มีอยู่อย่างสันติ ความขัดแย้งระหว่าง ฯพณฯ พันตำรวจโททักษิณ

                    

                    นายกรัฐมนตรี และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่ง ประกอบไปด้วยผู้สนับสนุนจากหลายองค์กร ตลอดจนกลุ่ม สันติอโศกของพลตรีจำลอง ศรีเมืองนั้น ทำท่าจะ ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งดิฉันกลัว ประวัติศาสตร์ซ้ำร้อยในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และหากเกิดวิกฤตขึ้นก็ย่อมจะ เป็น อุปสรรคต่องานถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในระหว่างวัน ที่ 13-14 มิถุนายนที่จะถึง นี้ - 3 - อย่างแน่นอน



                   จริงอยู่ที่ว่าความขัดแย้งและการ แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีเป็นกระบวนการปกติในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย แต่ ดิฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังคัดค้านต่าง ๆ ที่จะนำไป สู่ การชุมนุมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่สนามหลวงนั้น เป็นการกระทำที่เหมาะสมแก่กาลเวลาและ สถานการณ์ที่คน ไทยทุกคนควรมีส่วนร่วมในการร่วมถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ แล้วหรือ ดิฉันไม่ได้เห็นด้วยกันนโยบายหรือการกระทำของ ฯพณฯ นายก รัฐมนตรีในทุกเรื่องของการบริหาร ราชการแผ่นดิน แต่ดิฉันก็ไม่ไปร่วมชุมนุมกับ ฝ่ายคุณสนธิ เพราะดิฉันคิดว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่งอาจแสดง ความไม่เห็นด้วยกับ รัฐบาลโดยวิถีทางประชาธิปไตย คือ

1) ลงนามร่วมกับสถาบันที่มีส่วนในการรวบรวม รายชื่อประชาชนห้าหมื่นคนเพื่อ ซักฟอกคณะฯ นายกรัฐมนตรีตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ และ/หรือ 2) ไม่เลือก พรรคไทยรักไทยในการเลือก ตั้งในครั้งต่อไป



                              อย่างไรก็ตามดิฉันยังมีความคลางแคลง ใจในมูลเหตุจูงใจของคุณสนธิ และพลตรีจำลองในการเป็น แกนนำในการชุมนุมต่อต้าน รัฐบาลและอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าในวันที่ 4 ธันวาคม 2548 นั้น บุคคลทั้งสองอาจจะ ไม่ได้ดูโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจที่ถ่ายทอดภาพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อในวันเฉลิมพระชนม์ พรรษา ที่ความในตอน หนึ่งของพระบรมราโชวาท คือ ทรงมีพระราชประสงค์ให้คนไทยรู้รัก สามัคคี และ แก้ไข ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี ซึ่งภายหลังจากที่ได้ฟังพระบรมราโชวาทจบ ดิฉัน ก็เกิดความโล่งอกว่า น่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงในวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นตามคาด แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ ต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย และก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกที คนไทยทุกคนสามารถมี ส่วนร่วมในการถวายพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่ หัวฯ ได้โดยการน้อมนำพระบรมราโชวาทมาปฏิบัติ คือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่าง สันติวิธี ด้วย ความรู้รักสามัคคีดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์วิกฤตรอบ ใหม่ และเพื่อไม่ต้องรบกวนเบื้องยุคลบาทให้มา ทรงทำหน้าที่ระงับเหตุการณ์ วุ่นวายในบ้านเมืองเหมือนในอดีตที่ผ่านมา



                 โดยขอให้คนไทยทุกคนตระหนักและ รู้ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้เกิดเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ ด้วย การนำรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง คือ “องค์พระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ใน ฐานะ อันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดมิได้.......”



                        ดังนั้น การมีส่วนร่วมในการก่อให้ เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ด้วยความรู้ รัก สามัคคี เท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นการถวายความเคารพสักการะและโดยปราศจากมูลเหตุ จูงใจอื่น ใดแอบแฝงอย่างแท้จริง"



จากคุณ : คนชายขอบ (กริชจ้า)  - [ 18 มี.ค. 49 00:13:21 ]  
-------------------------------------------------
 
Photo 1 of 34